กิจกรรมที่ 7: ฝึกปฏิบัติการออกแบบหลักสูตรและการสอนตามประเด็นต่อไปนี้
1. ศึกษาแนวคิดการจัดหลักสูตรรูปแบบต่างๆ
2. ศึกษาเปรียบเทียบขั้นตอนการสอนแบบวิจัยเป็นฐาน และการสอนตามแนวคอนสตรัค
3. นำเสนอแผนจัดการเรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่สนใจ
ศึกษาแนวคิดการจัดหลักสูตรรูปแบบต่างๆ
ไทเลอร์ (Tyler) มีแนวคิดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงผู้เรียนในการกำหนดความมุ่งหมายของหลักสูตรและใช้สังคมปัจจุบันเป็นพื้นฐาน โดยพิจารณาจากกฎเกณฑ์ของสังคม ความต้องการทางด้านความสงบสุข กฎเกณฑ์และกฎหมาย ระเบียบแบบแผน รูปแบบและความประพฤฒิของแต่ละครอบครัว การแต่งกาย ความประพฤฒิและการพูดจา ไทเลอร์ได้กระตุ้นให้คิดถึงบทบาทของนักพัฒนาหลักสูตรในการใช้สิ่งดังกล่าว เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาหลักสูตรและการสอน ในเรื่องการประเมินผล ไทเลอร์ชี้ให้เห็นว่าจะต้องสอดคล้องกับความมุ่งหมายที่กำหนดไว้ ปรัชญาการพัฒนาหลักสูตรของไทเลอร์คือ การเรียนรู้เป็นการเปลี่ยนแปลงพฤฒิกรรมของผู้เรียน และครูจะกำหนดจุดประสงค์อย่างไรให้สนองความต้องการของบุคคล โดยไทเลอร์ได้กล่าวว่า การพัฒนาหลักสูตรเป็นความจำเป็นที่จะต้องกระทำอย่างมีเหตุผลและอย่างมีระบบ (อ้างอิงจาก :พื้นฐานการพัฒนาหลักสูตร ร.ศ กาญจนา คุณารักษ์)
Boobbitt (1918, p. 72) “หลักสูตร หมายถึง รายการที่สร้างประสบการณ์ในทุกอย่างที่เด็กและเยาวชนจะต้องทำและจะต้องประสบ ทำให้เกิดการพัฒนาความสามารถเพื่อจะทำสิ่งต่างๆ ให้ดีขึ้นและเหมาะสมสำหรับดำรงชีวิตในวัยผู้ใหญ่ Good (1973, p. 154) “หลักสูตร คือ กลุ่มรายวิชาที่จัดไว้อย่างมีระบบหรือลำดับวิชาที่บังคับ สำหรับการจบการศึกษาหรือเพื่อรับประกาศนียบัตรในวิชาหลักๆ”
Curriculum as Objectives หลักสูตร คือ จุดมุ่งหมายที่ผู้เรียนพึงบรรลุ หลักสูตรในความหมายนี้ หมายถึง สิ่งที่ผู้เรียนต้องเรียนทั้งในและนอกห้องเรียน เพื่อให้บรรลุจุดหมายและจุดประสงค์ที่ได้กำหนดไว้นักการศึกษาที่ให้ความหมายนี้ ได้แก่ Lavatelli and others (1972, p.1-2) “หลักสูตรเป็นชุดของการเรียนและประสบการณ์สำหรับเด็ก ซึ่งโรงเรียนวางแผนไว้เพื่อให้เด็กบรรลุถึงจุดหมายของการศึกษา” Johnson ((1970, p.25) “หลักสูตรเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ผู้เรียนต้องเรียนรู้หรือสามารถทำได้ หลักสูตรคือ ผลที่ออกมาไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้น เป็นความคาดหวังหรือความตั้งใจ”
Curriculum as Plan หลักสูตร คือ แผนสำหรับจัดโอกาสการเรียนรู้หรือประสบการณ์ที่คาดหวังแก่ผู้เรียนหลักสูตรในความหมายนี้ เน้นการแสดงเกี่ยวกับจุดหมายหรือวัตถุประสงค์ การออกแบบหลักสูตร การนำหลักสูตรไปใช้ และการประเมินผล เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้ปฏิบัติ โดยมุ่งให้ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถและพฤติกรรมตามที่กำหนดในหลักสูตร นักการศึกษาที่ให้ความหมายนี้คือ Saylor & Alexander (1974, p. 6) “หลักสูตรเป็นแผนสำหรับจัดโอกาสการเรียนรู้ให้แก่บุคคลกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เพื่อบรรลุเป้าหมายหรือจุดหมายที่วางไว้ โดยมีโรงเรียนเป็นผู้รับผิดชอบ Taba (1962, p. 10-11) หลักสูตร คือ แผนการเรียนรู้ที่ประกอบด้วยจุดประสงค์และจุดหมายเฉพาะการเลือกและการจัดเนื้อหา วิธีการจัดการเรียนการสอนและการประเมินผล
Curriculum as Learners Experiencesหลักสูตร คือ ประสบการณ์ทั้งปวงของผู้เรียนที่จัดโดยโรงเรียน มุมมองของหลักสูตรในความหมายนี้ คือ เน้นความสำคัญที่ประสบการณ์ที่จัดให้ผู้เรียน โดยโรงเรียนเป็นผู้รับผิดชอบ wheeler (1974, p. 11) “หลักสูตรเป็นประสบการณ์ที่นักเรียนได้รับทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน เพื่อให้นักเรียนมีการพัฒนาด้านร่างกาย สังคม ปัญญา และจิตใจ
Curriculum as Educational Activitiesหลักสูตร คือ กิจกรรมทางการศึกษาที่จัดให้กับผู้เรียนหลักสูตรในความหมายนี้ เป็นกิจกรรมการเรียนการสอนที่จัดให้ผู้เรียนได้มีความรู้ ประสบการณ์ และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามที่กำหนดไว้ Trump and Miller “หลักสูตร คือ กิจกรรมการเรียนการสอนวิชาต่างๆ ที่เตรียมการไว้และจัดให้แก่นักเรียนโดยโรงเรียนหรือระบบโรงเรียน
ความหมายของหลักสูตรตามทัศนะนักการศึกษาไทย ดร.ธำรง บัวศรี “หลักสูตร หมายถึง ประสบการณ์ทุกๆ อย่างที่โรงเรียนจัดให้แก่เด็ก” ดร.เอกวิทย์ ณ ถลาง “หลักสูตร หมายถึง ประมวลประสบการณ์ทั้งหมดที่จัดให้กับเด็ก ได้เรียนเนื้อหาวิชาทัศนคติ แบบพฤติกรรม กิจวัตร สิ่งแวดล้อมต่างๆ ฯลฯ เมื่อประมวลกันเข้าแล้วก็จะเป็นประสบการณ์ที่ผ่านเข้าไปในการรับรู้ของเด็กๆ” ( อ้างอิงจาก www.sopon.ac.th/sopon/sema_web/power_point/curriculumthe.ppt )
1. หลักสูตรที่ยึดสาขาวิชาและเนื้อหาสาระเป็นหลัก (disciplines / subjects curriculum) กลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับการจัดเนื้อหาสาระวิชาที่จะเรียน มีรูปแบบของหลักสูตร 5 รูปแบบ ดังนี้ 1.1 หลักสูตรรายวิชา หรือหลักสูตรเนื้อหาวิชา (subject matter curriculum) 1.2 หลักสูตรกว้าง หรือหลักสูตรหมวดวิชา (broad field curriculum) หรือหลักสูตรหลอมรวมวิชา(fusion curriculum) 1.3 หลักสูตรสัมพันธ์วิชา หรือหลักสูตรแบบสหสัมพันธ์ (correlated curriculum) 1.4 หลักสูตรแบบแกนกลาง หรือหลักสูตรแบบแกนร่วมกัน หรือหลักสูตรแบบแกน (core curriculum) 1.5 หลักสูตรแบบบูรณาการ (integrated curriculum) 2. หลักสูตรที่ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ (learners centered) เน้นความต้องการ ความสามารถและความสนใจของผู้เรียนเป็นหลัก มีรูปแบบของหลักสูตร 3 รูปแบบดังนี้ 2.1 หลักสูตรแบบเอกัตบุคคล (individualized curriculum) 2.2 หลักสูตรแบบส่วนบุคคล (personalized curriculum) 2.3 หลักสูตรที่เน้นผู้เรียน (child – centered curriculum) หรือหลักสูตรที่ใช้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง(learner – centered curriculum) 3. หลักสูตรที่ยึดกระบวนการทางทักษะหรือประสบการณ์เป็นหลัก (process skill or experiencecurriculum) มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะกระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียน มีรูปแบบของหลักสูตร 3 รูปแบบ ดังนี้ 3.1 หลักสูตรเพื่อชีวิตและสังคม หรือหลักสูตรที่ยึดกิจกรรมกระบวนการทางสังคมและการดำรงชีวิต (socialprocess and life function curriculum) 3.2 หลักสูตรประสบการณ์ (experience curriculum) หรือหลักสูตรแบบกิจกรรมและประสบการณ์(activity and experience curriculum) 3.3 หลักสูตรกระบวนการ (the process approach curriculum) 3.4 หลักสูตรเกณฑ์ความสามารถ (the competency – based curriculum) หลักสูตรรายวิชาหรือหลักสูตรเนื้อหาวิชา (subject matter curriculum) เป็นหลักสูตรที่ได้รับอิทธิพลมาจากปรัชญาสารัตถะนิยม (essentialism) และปรัชญาสัจวิทยานิยม (parennialism) เน้นการถ่ายทอดเนื้อหาวิชา สาระ และความรู้ของวิทยาการต่าง ๆ มีครูผู้สอนเป็นศูนย์กลาง หลักสูตรกว้างหรือหลักสูตรหมวดวิชา (broad field curriculum) เป็นหลักสูตรที่ผสมผสานความรู้ โดยรวมวิชาต่าง ๆ ที่มีเนื้อหาสาระใกล้เคียงกันมารวมกันเป็นหมวดวิชาเดียวกัน ยึดครูเป็นศูนย์กลาง หลักสูตรสัมพันธ์วิชาหรือหลักสูตรแบบสหสัมพันธ์ (correlated curriculum) เป็นหลักสูตรที่นำเอาเนื้อหาของวิชาต่าง ๆ ที่สอดคล้องหรือส่งเสริมซึ่งกันและกันมาเชื่อมโยงเข้าหากันยึดครูเป็นศูนย์กลาง หลักสูตรแบบแกนกลาง หรือหลักสูตรแบบแกนร่วมกัน หรือหลักสูตรแบบแกน (core curriculum) เป็นหลักสูตรที่สร้างขึ้นตามปรัชญาปฏิรูปนิยม (reconstructionism) รวบรวมเนื้อหาความรู้และประสบการณ์ที่จำเป็นสำหรับผู้เรียนเข้าด้วยกันให้มีความสัมพันธ์และผสมผสาน กัน ให้สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้และคำนึงถึงความต้องการของสังคมเป็นหลัก เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง หลักสูตรแบบบูรณาการ (intergrated curriculum) เป็นหลักสูตรที่นำเอาเนื้อหาของวิชาต่าง ๆ มาหลอมรวมกัน รวมเอาประสบการณ์การเรียนรู้จากหลาย ๆวิชา มาจัดเป็นหมวดหมู่ของประสบการณ์เป็นการบูรณาการเนื้อหาเข้าด้วยกัน หลักสูตรแบบเอกัตบุคคล (individualized curriculum) เป็นหลักสูตรที่จัดขึ้นตามความสนใจของผู้เรียนแต่ละคน ยึดหลักปรัชญา สวภาพนิยม (existentialism) ให้ความสำคัญกับผู้เรียนรายบุคคล ด้วยการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แก่ผู้เรียนแต่เพียงลำพังหรือร่วมกันจัดกับผู้เรียนก็ได้
หลักสูตรแบบส่วนบุคคล (personalized curriculum) เป็นหลักสูตรที่ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการวางแผนการเรียน สอดคล้องกับความต้องการ ความสามารถ ความสนใจของตนเองและชุมชน ยึดหลักปรัชญาสวภาพนิยาม (existentialism) หลักสูตรที่เน้นผู้เรียน (child – centered curriculum) หรือหลักสูตรที่ใช้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง (learnercentred curriculum) เป็นหลักสูตรที่คำนึงถึงความสนใจของผู้เรียนเป็นหลัก เน้นบทบาทของผู้เรียนในการเรียน ต้องจัดเนื้อหา กิจกรรมการเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้และการวัดผลไว้หลากหลาย รวมทั้งต้องใช้ครูผู้สอนหลายรูปแบบ หลักสูตรเพื่อชีวิตและสังคม หรือหลักสูตรที่ยึดกิจกรรมกระบวนการทางสังคมและการดำรงชีวิต (social process and life function curiiculum) เป็นหลักสูตรที่สร้างไปตามชีวิตจริงของผู้เรียนและสังคมเป็นหลัก เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้และประสบการณ์ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ และสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข หลักสูตรประสบการณ์ (experience curriculum) หรือหลักสูตรแบบกิจกรรม และประสบการณ์ (activity and experience curriculum) เป็นหลักสูตรที่เน้นประสบการณ์และกิจกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียน เน้นเสริมสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ให้กับผู้เรียน ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง หลักสูตรกระบวนการ (the process approach curriculum) เป็นหลักสูตรที่เน้นวิธีการมากกว่ารูปแบบ มุ่งการพัฒนาทักษะของกระบวนการเรียนรู้ซึ่งมีความสำคัญต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน หลักสูตรเกณฑ์ความสามารถ (the competency – based curriculum) เป็นหลักสูตรที่ไม่ได้มุ่งเรื่องความรู้หรือเนื้อหาแต่จะมุ่งในด้านทักษะ ความสามารถ เจตคติและค่านิยม ที่เป็นประโยชน์ต่อชีวิตปัจจุบันและอนาคตของผู้เรียน ( อ้างอิงจาก www.learners.in.th/blogs/posts/413865)
ศึกษาเปรียบเทียบขั้นตอนการสอนแบบวิจัยเป็นฐาน และการสอนตามแนวคอนสตรัค
การจัดการเรียนการสอนโดยใช้การวิจัยเป็นฐาน (Research- Based Instruction )
1. ความหมาย เป็นกระบวนการพัฒนาผู้เรียนให้สามารถใช้กระบวนการวิจัยเป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้ คิดค้นหาคำตอบ และตัดสินใจในการเรียนรู้ของตนเอง
2. หลักการ จัดการเรียนรู้โดยยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ และเรียนตามศักยภาพของตนเอง
กระบวนการวิจัย ประกอบด้วย
1 การกำหนดปัญหา 2การตั้งสมมติฐาน
3 การเก็บรวบรวมข้อมูล 4 การวิเคราะห์ข้อมูล 5 การสรุปผล
3. แนวทาง ผู้สอนใช้ผลการวิจัยในการเรียนการสอน
ผู้เรียนใช้ผลการวิจัยในการเรียนรู้
ผู้สอนใช้กระบวนการวิจัยในการเรียนการสอน
ผู้เรียนใช้กระบวนการวิจัยในการเรียนรู้
( อ้างอิงจาก www.gotoknow.org/posts/9197)
การสอนตามแนวคอนสตรัค (Constructivism) การเรียนรู้แบบการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง มีพื้นฐานแนวคิดที่ว่าผู้เรียนแต่ละคนจะเรียนรู้ได้ดีที่สุดก็ต่อเมื่อ ได้สร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง จะให้โอกาสผู้เรียนในการสร้างองค์ความรู้จากความรู้ที่มาก่อน เพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้ใหม่และความเข้าใจจากประสบการณ์จริง การเรียนรู้จากวิธีการนี้ ผู้เรียนจะได้รับการส่งเสริมให้สำรวจถึงความเป็นไปได้ คิดวิธีแก้ปัญหา ทดสอบแนวคิดใหม่ๆ การร่วมมือกับผู้อื่น การคิดทบทวนปัญหา และท้ายที่สุดคือเสนอวิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุดที่ตนเองคิดค้นขึ้น การเรียนรู้แบบการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง เชื่อว่า ความรู้นั้นเป็นเรื่องเฉพาะของแต่ละคนและสิ่งแวดล้อม ขั้นที่ 1 การทำความรู้ที่มีอยู่ให้กระจ่าง ขั้นที่ 2 การระบุการได้รับและการเข้าใจข้อมูลใหม่ ขั้นที่ 3 การยืนยันความถูกต้องและการใช้ข้อมูลใหม่
(อ้างอิงจาก การพัฒนาหลักสูตร: ทฤษฏีและการปฏิบัติ ผศ.ดร.สุเทพ อ่วมเจริญ )
การสอนตามแนวคอนสตรัค
(Constructivism)
|
การจัดการเรียนการสอนโดยใช้การวิจัยเป็นฐาน
(Research- Based Instruction )
|
ขั้นที่ 1 การทำความรู้ที่มีอยู่ให้กระจ่าง ขั้นที่ 2 การระบุการได้รับและการเข้าใจข้อมูลใหม่ ขั้นที่ 3 การยืนยันความถูกต้องและการใช้ข้อมูลใหม่(อ้างอิงจาก การพัฒนาหลักสูตร: ทฤษฏีและการปฏิบัติ ผศ.ดร.สุเทพ อ่วมเจริญ )
|
1. ความหมาย เป็นกระบวนการพัฒนาผู้เรียนให้สามารถใช้กระบวนการวิจัยเป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้ คิดค้นหาคำตอบ และตัดสินใจในการเรียนรู้ของตนเอง
2. หลักการ จัดการเรียนรู้โดยยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ และเรียนตามศักยภาพของตนเอง กระบวนการวิจัย ประกอบด้วย
1 การกำหนดปัญหา 2การตั้งสมมติฐาน
3 การเก็บรวบรวมข้อมูล 4 การวิเคราะห์ข้อมูล 5 การสรุปผล
3. แนวทาง ผู้สอนใช้ผลการวิจัยในการเรียนการสอนผู้เรียนใช้ผลการวิจัยในการเรียนรู้ ผู้สอนใช้กระบวนการวิจัยในการเรียนการสอน ผู้เรียนใช้กระบวนการวิจัยในการเรียนรู้ ( อ้างอิงจาก www.gotoknow.org/posts/9197)
|
นำเสนอแผนจัดการเรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่สนใจ
ตัวอย่างรายละเอียดของรายวิชา
หมวดที่ 1 ข้อมูลทั่วไป
1. ชื่อรายวิชา ศิลปกรรมประจำถิ่น (มีการศึกษานอกสถานที่) 2. จำนวนหน่วยกิต 3. หลักสูตรและประเภทของรายวิชา หลักสูตรศิลปศึกษาบัณฑิต สาขาวิชาศิลปะกับสิ่งแวดล้อม 4. อาจารย์ผู้รับผิดชอบรายวิชาและอาจารย์ผู้สอน 5. ภาคการศึกษา/ชั้นปีที่เรียน 6. รายวิชาที่ต้องเรียนมาก่อน (Pre-requisite) (ถ้ามี) 7. รายวิชาที่ต้องเรียนพร้อมกัน (Co-requisites) (ถ้ามี) 8. สถานที่เรียน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์
หมวดที่ 2 จุดมุ่งหมายและวัตถุประสงค์
1. จุดมุ่งหมายของรายวิชา
1.1 เพื่อความเข้าใจถึงกระบวนการจัดกิจกรรมเสริมทักษะทางศิลปะ
1.2 เพื่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์และรูปแบบกิจกรรมที่หลากหลาย
1.3 เพื่อให้นักศึกษาเล็งเห็นประโยชน์และความสำคัญของการจัดกิจกรรมทางศิลปะ
1.4 เพื่อผลิตบุคคลากรที่มีความชำนาญเรื่องการจัดกิจกรรมทางศิลปะ
1.5 เพื่อความก้าวหน้าและเกิดการพัฒนาของกระบวนการจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรศิลปะ
1.6 เพื่อให้ศิลปะเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาสังคม
หมวดที่ 3 ลักษณะและการดำเนินการ
1. คำอธิบายรายวิชา
เรียนรู้หลักการทางศิลปกรรมและการรับอิทธิพลในการสร้างสรรค์ทางศิลปวัฒนธรรม ความเชื่อทางศาสนา ความศรัทธาและการเมืองการปกครอง ที่มีผลต่องานช่างศิลปกรรมของไทย เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ ซาบซึ้งต่อกระบวนการ ขั้นตอนในการสร้างสรรค์และเพื่อสร้างเสริมทักษะ ความสามารถในการสอนทฤษฎีและหลักการของศิลปกรรมประจำถิ่นของไทย
2. จำนวนชั่วโมงที่ใช้ต่อภาคการศึกษา
บรรยาย
|
สอนเสริม
|
การฝึกปฏิบัติงาน
ภาคสนาม/การฝึกงาน
|
การศึกษาด้วยตนเอง
|
3 ชั่วโมง/สัปดาห์
|
-
|
- ชั่วโมง/สัปดาห์
|
- ชั่วโมง/สัปดาห์
|
3. จำนวนชั่วโมงต่อสัปดาห์ที่จะให้คำปรึกษาและแนะนำทางวิชาการแก่นักศึกษาเป็นรายบุคคล
จัดเวลาให้คำปรึกษาเป็นรายบุคคลหรือรายกลุ่มตามความต้องการ 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์อาจารย์ประกาศเวลาให้คำปรึกษาผ่านเว็บไซต์
หมวดที่ 4 การพัฒนาผลการเรียนรู้ของนักศึกษา
1. คุณธรรม จริยธรรม
1.1 คุณธรรม จริยธรรมที่ต้องพัฒนา
ด้านความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์ ซื่อตรงต่องานที่ได้รับมอบหมาย ตรงต่อเวลา เคารพกฎระเบียบและ ข้อบังคับต่างๆของมหาวิทยาลัย(องค์กร) รับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะของผู้อื่น
1.2 วิธีการสอน
สอดแทรกคุณธรรมจริยธรรมให้นักศึกษามีความซื่อสัตย์สุจริต ปลูกฝังให้นักศึกษามีควารับผิดชอบต่อตนเองและต่อสังคมเข้าเรียนตรงตามเวลาส่งงานตามกำหนด ให้ทำงานกลุ่มเพื่อให้นักศึกษาได้ร่วมแบ่งปันความคิด และฝึกทำงานร่วมกับผู้อื่น
1.3 วิธีการประเมินผล
ตรวจสอบเวลาเข้าเรียนของนักศึกษา สังเกตพฤติกรรมและผลที่ได้รับมอบหมายว่าเป็นไปตามที่คาดหมายไว้หรือไม่และมีการวัดผลโดยการให้นักศึกษาสอบข้อเขียนและสอบปากเปล่า อภิปรายหน้าชั้นเรียนและวัดผลจากการจัดนิทรรศการเพื่อเผยแพร่ความรู้
2. ความรู้
2.1 ความรู้ที่ต้องได้รับ
ความรู้เกี่ยวกับหลักการทางศิลปกรรมและการรับอิทธิพลในการสร้างสรรค์ทางศิลปวัฒนธรรม ความรู้ด้านอิทธิพลที่มีผลต่องานช่างศิลปกรรมของไทย ความเข้าใจในศิลปะกับสิ่งแวดล้อมทางวัฒนธรรม
2.2 วิธีการสอน
อธิบาย ยกตัวอย่าง และให้นักศึกษามีส่วนในการร่วมอภิปรายกับอาจารย์ผู้สอน
2.3 วิธีการประเมินผล
ประเมินผลจากสอบระหว่างเรียนและการสอบปลายภาค
ประเมินจากการส่งรายงานและกรายอภิปรายหน้าชั้นเรียน
ประเมินผลจากการจัดนิทรรศการเพื่อเผยแพร่ความรู้
3. ทักษะทางปัญญา
3.1 ทักษะทางปัญญาที่ต้องพัฒนา ความสามารถในการนำความรู้จากรายวิชานี้ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานสอน มีไหวพริบ ปฏิภาณ แก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าได้
3.2 วิธีการสอน
ให้นักศึกษาวิเคราะห์รูปแบบทางศิลปกรรมจากมุมมองด้านความเชื่อความศรัทธาลักษณะทางภูมิศาสตร์และวิถีชีวิตทางวัฒนธรรมตามหัวข้อที่ได้รับมอบหมาย ให้นักศึกษาแบ่งกลุ่มเพื่อบรรยายความรู้
3.3 วิธีการประเมินผล ประเมินจากผลงานกลุ่ม จากการนำเสนอผลงาน และรูปแบบของนิทรรศการ
4. ทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ
4.1 ทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบที่ต้องพัฒนา
ทักษะการสร้างสัมพันธภาพระหว่างนักศึกษาด้วยกัน ทักษะความเป็นผู้นำและผู้ตามในการทำงานเป็นทีม ทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเองและมีความรับผิดชอบในงานที่ได้รับมอบหมาย ทักษะการปฏิบัติหน้าที่ที่ดีของนักศึกษาและการปฏิบัติตัวกับอาจารย์ผู้สอน
4.2 วิธีการสอน
ทำงานกลุ่มโดยเน้นการนำความรู้ที่เรียนมาใช้กับงานที่ได้รับมอบหมาย แทรกประสบการณ์ของอาจารย์ผู้สอนในระหว่างการสอนโดยผ่านการเล่าเรื่องต่างๆ พุดคุยกับนักศึกษาแลกเปลี่ยนความคิดในช่วงเวลาพักหรือช่วงให้คำปรึกษา
4.3 วิธีการประเมินผล
ประเมินจากรายงานที่นักศึกษานำเสนอและพฤติกรรมในชั้นเรียน
ประเมินพฤติกรรมนอกห้องเรียนจากการสังเกตหรือการพุดคุย
5. ทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสาร และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
5.1 ทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสาร และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่ต้องพัฒนา
ทักษะในการค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมด้วยตนเองโดยการสืบค้นจากอินเทอร์เน็ต
ทักษะในการใช้เทคโนโลยีในการนำเสนอผลงาน
5.2 วิธีการสอน
มอบหมายงานให้นักศึกษาค้นหาความรู้ด้วยตนเองจากwebsiteต่างๆ
5.3 วิธีการประเมินผล
ประเมินผลจากแฟ้มผลงาน การนำเสนอผลงานกลุ่ม
หมวดที่ 5 แผนการสอนและการประเมินผล
1. แผนการสอน
สัปดาห์ที่
|
หัวข้อ/รายละเอียด
|
จำนวนชั่วโมง
|
กิจกรรมการเรียนการสอน
สื่อที่ใช้(ถ้ามี)
|
ผู้สอน
|
1
|
แนะนำวิชา กิจกรรมการเรียนการสอน วิธีการวัดและประเมินผล
|
3
|
บรรยาย อธิบาย ยกตัวอย่าง นักศึกษาแสดงความคิดเห็น
| |
2
|
ปัจจัยที่ส่งผลต่องานศิลปกรรมประจำถิ่น
|
3
|
อภิปราย อธิบาย ยกตัวอย่าง นักศึกษาแสดงความคิดเห็น
| |
3
|
สิ่งแวดล้อมกับภูมิปัญญาท้องถิ่น ภาคเหนือ
|
3
|
อภิปราย อธิบาย ยกตัวอย่าง นักศึกษาแสดงความคิดเห็น
| |
4
|
สิ่งแวดล้อมกับภูมิปัญญาท้องถิ่น ภาคอีสาน
|
3
|
อภิปราย อธิบาย ยกตัวอย่าง นักศึกษาแสดงความคิดเห็น
| |
5
|
สิ่งแวดล้อมกับภูมิปัญญาท้องถิ่น ภาคใต้
|
3
|
อภิปราย อธิบาย ยกตัวอย่าง นักศึกษาแสดงความคิดเห็น
| |
6
|
สิ่งแวดล้อมกับภูมิปัญญาท้องถิ่น ภาคกลาง
|
3
|
อภิปราย อธิบาย ยกตัวอย่าง นักศึกษาแสดงความคิดเห็น
| |
7
|
ศาสนา ความเชื่อและความศรัทธา
|
3
|
อภิปราย อธิบาย ยกตัวอย่าง นักศึกษาแสดงความคิดเห็น
| |
8
|
สอบกลางภาค
|
3
| ||
9
|
รูปแบบทางศิลปกรรมกับความต่างทางวัฒนธรรม
|
3
|
อภิปราย อธิบาย ยกตัวอย่าง นักศึกษาแสดงความคิดเห็น
| |
10
|
ทดลองปฏิบัติการสร้างสรรค์ศิลปกรรมจากภูมิปัญญา
|
3
|
อภิปราย อธิบาย ยกตัวอย่าง นักศึกษาฝึกปฏิบัติและแสดงความคิดเห็น
| |
11
|
จับกลุ่มทดลองปฏิบัติการสร้างสรรค์ศิลปกรรมจากภูมิปัญญา
|
3
|
อภิปราย อธิบาย ยกตัวอย่าง นักศึกษาฝึกปฏิบัติและแสดงความคิดเห็น
| |
12
|
กลุ่มอภิปรายและนำเสนอ รายงานเรื่องการปฏิบัติงาน
|
3
|
นักศึกษา อภิปราย อธิบาย ยกตัวอย่าง ฝึกปฏิบัติและแสดงความคิดเห็น
| |
13
|
ศึกษานอกสถานที่เรื่องศิลปกรรมประจำท้องถิ่น
|
3
|
อธิบาย บันทึกและเก็บข้อมูล
| |
14
|
การเปลี่ยนแปลงและการเปลี่ยนถ่ายของรูปแบบและอิทธิพลทางความคิดในงานศิลปกรรมประจำถิ่น
|
3
|
อภิปราย อธิบาย ยกตัวอย่าง นักศึกษาแสดงความคิดเห็น
| |
15
|
จัดแสดงนิทรรศการเพื่อสรุปผลงาน
|
3
|
จัดแสดงงานนิทรรศการ
| |
16
|
สอบปลายภาค
|
3
|
อภิปราย วิเคราะห์ปัญหารายงานกลุ่ม ซักถามข้อสงสัย
| |
รวม
|
48
|
2. แผนการประเมินผลการเรียนรู้
กิจกรรมที่
|
ผลการเรียนรู้ *
|
กิจกรรมการประเมิน
|
กำหนดการประเมิน (สัปดาห์ที่)
|
สัดส่วนของการประเมินผล
|
1
|
ความรู้
|
สอบปลายภาค
|
4
|
20
|
2
|
ทักษะทางปัญญา ความรู้
|
ทดลองปฏิบัติการสร้างสรรค์ศิลปกรรมจากภูมิปัญญา
|
5-14
|
40
|
3
|
ทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ
|
อภิปรายและนำเสนอ
|
15
|
10
|
4
|
ความรับผิดชอบ
|
การเข้าชั้นเรียน
|
ทุกสัปดาห์
|
20
|
5
|
ความรู้ ทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ
|
ศึกษานอกสถานที่
|
16
|
10
|
6
|
ทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสาร และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ
|
จัดนิทรรศการ
| ||
7
|
ความรู้
|
สอบปลายภาค
|
หมวดที่ 6 ทรัพยากรประกอบการเรียนการสอน
1. ตำราและเอกสารหลัก 2. เอกสารและข้อมูลสำคัญ 3. เอกสารและข้อมูลแนะนำ
หมวดที่ 7 การประเมินและปรับปรุงการดำเนินการของรายวิชา
1. กลยุทธ์การประเมินประสิทธิผลของรายวิชาโดยนักศึกษา
1.1 ประเมินผลการสอนโดยใช้ระบบออนไลน์
1.2 สอบถามความคิดเห็นจากนักศึกษาในสัปดาห์สุดท้าย
1.3 ให้นักศึกษาเขียนแสดงความคิดเห็นการสอนในสัปดาห์สุดท้าย
2. กลยุทธ์การประเมินการสอน
ผลการเรียน ผลการสอบ ผลการอภิปรายหน้าชั้นเรียน การส่งรูปเล่มรายงาน และผลการแสดงบอร์ดนิทรรศการ
3. การปรับปรุงการสอน
3.1 นำผลการประเมินมาใช้ในการปรับปรุงการสอน
3.2 ค้นคว้าข้อมูลความรู้ใหม่ ๆ นำมาใช้ในการสอน
3.3 พัฒนารายวิชาให้มีสาระวิชาและการสอนให้เหมาะสมและน่าสนใจ
4. การทวนสอบมาตรฐานผลสัมฤทธิ์ของนักศึกษาในรายวิชา
ให้นักศึกษามีโอกาสตรวจสอบคะแนนและเกรดก่อนส่งเกรด
5. การดำเนินการทบทวนและการวางแผนปรับปรุงประสิทธิผลของรายวิชา
นำผลที่ได้จากการสอบถามความคิดเห็น คะแนนของนักศึกษา การประชุมสัมมนามาสรุปผลการพัฒนารายวิชาก่อนการสอนในภาคการศึกษาต่อไป
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น